เมื่อกล่าวถึงการผลิตเพื่อกิน เพื่อใช้ในสังคมเกษตรแบบดั้งเดิมของไทย สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ประชากรในภาคเกษตรแบบดั้งเดิมมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่แตกต่างไปจากเดิมมากนัก คนส่วนใหญ่ซึ่งยังคงมีมาตรฐานการดำรงชีพแค่พออยู่พอกินในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน โดยที่พวกเขาไม่ค่อยมีความจำเป็นต้องซื้อขายหรือใช้เงิน คนที่ถูกจัดว่ายากจนในสังคมเกษตรแบบดั้งเดิม มักจะถูกใช้เกณฑ์การวัดที่การด้อยโอกาสทางสังคมมาก ยิ่งกว่าถูกเรียกหรือ จัดว่ายากจนเพราะอยู่ในสังคมเกษตรแบบดั้งเดิมเสียอีก สาเหตุเนื่องจากในบางชุมชนในภาคการเกษตรแบบดั้งเดิมนั้นจัดได้ว่าค่อนข้างมีความเสมอภาคซึ่งกันและกันในแต่ละครัวเรือน
การพัฒนาแบบทุนนิยมอุตสาหกรรมตะวันตกมีส่วนสำคัญในการทำให้คนส่วนหนึ่ง ยากจนลงหรือเป็นผู้สร้างความยากจนยุคใหม่ขึ้น เพราะการพัฒนาทุนนิยมในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ไทยเป็นการพัฒนาทุนนิยมแบบบริวารที่มีการผูกขาด การแข่งขันไม่เป็นธรรม พึ่งการลงทุน การสั่งเข้าเทคโนโลยีจากประเทศร่ำรวย ไม่ได้พัฒนาพื้นฐานทางเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง การเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประโยชน์กับทุนต่างชาติ และนายทุนใหญ่ในประเทศมากกว่าที่จะกระจายสู่คนส่วนใหญ่ ยิ่งพัฒนาก็ยิ่งเกิดความเหลื่อมล้ำต่ำสูง เกิดคนจนมากขึ้น ประชาชนยังถูกทำให้จนลงโดยนโยบายพัฒนาประเทศแบบทุนนิยมบริวาร
อ้างอิงจาก: ภัทรษมน รัตนางกูร - http://phatrasamon.blogspot.com/2009/03/blog-post.html
ชาวเกษตรกรรม หรือชาวชนบท มีความพอใจที่แค่มีพออยู่พอใจ ไม่ได้คิดจะหาให้มาก มันจึงทำให้พวกเค้าอยู่ เศรษฐกิจที่ถูกจัดว่ายากจน
ตอบลบชาวชนบทจะมีชีวิตที่พออยู่พอกิน ไม่ค่อยใช้เงินทองมากมาย เพราะเศรษฐกิจในชนบทค่อนข้างที่จะเอื้อเฟื้อกับชาวบ้านกันเอง ถ้าเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจแบบทุนนิยม คนที่จะเป็นนักลงทุน ต้องมีกำลังทรัพย์ที่เยอะ และต้องมีความสามารถในหลายๆ ด้านเนื่องจาก เศรษฐกิจแบบทุนนิยมไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแข่งขันได้ จึงจำเป็นต้องมีความรู้ด้านทุนนิยมมากบวกกับกำลังทรัพย์ที่เยอะด้วย
ตอบลบ